lnwshop logo

Green Iguana (อีกัวน่าเขียว)

Green Iguana (อีกัวน่าเขียว)
Green Iguana (อีกัวน่าเขียว) thumbnail 1Green Iguana (อีกัวน่าเขียว) thumbnail 2Green Iguana (อีกัวน่าเขียว) thumbnail 3Green Iguana (อีกัวน่าเขียว) thumbnail 4
หมวดหมู่ กิ้งก่า (Lizard)
ราคา 1,500.00 บาท
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
อัพเดทล่าสุด 25 ส.ค. 2557
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
จำนวน
ตัว
หยิบลงตะกร้า
Share
Scan this!

Green Iguana กรีนอีกัวน่า กิ้งก่ากินผัก เลี้ยงง่าย โตไว ราคาไม่แพง

อีกัวน่าเขียว ยอดนิยม เหมาะสำหรับมือใหม่ 

 

กรีนอีกัวน่า
Green Iguana  

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Iguana iguana

Green Iguana จัดเป็นกิ้งก่าที่ได้รับความนิยมที่สุดสมัยหนึ่งเลย ที เดียว แต่เป็นไปด้วยค่านิยมและกระแสแฟร์ชั่นเท่านั้นเอง  หาใช่ความรัก ความ ต้องการเลี้ยงจริงๆเลยทำให้ได้รับความนิยมได้ไม่นานเท่าที่ควร จริงๆ แล้ว ส่วนตัวของผู้แต่งชอบสัตว์ชนิดนี้มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ แล้ว เพราะ รู้สึกว่าเป็นกิ้งก่าที่มีขนาดใหญ่โตและยังมีสีสรรที่ สวยงามอีก ด้วย ถ้าไม่ ยึดติดที่ว่าราคาต่อตัวต่ำก็จัดได้ว่าเป็นสัตว์ที่น่าเลี้ยงอีก ประเภทหนึ่ง ทีเดียว
      อีกัวน่าพบมากที่ประเทศแถบอเมริกากลางและใต้ตอนบนเช่น บราซิล เอ ลซัล วาดอร์ แม็กซิโก  กัวเตมาลา เป็นต้น อายุของอีกัวน่าโดยเฉลี่ย แล้ว ประมาณ10-15ปี แต่อันที่จริงแล้วอาจมากกว่าขึ้นอยู่กับการดูแลจัดการ เรื่อง อาหารและความสะอาดอาจอยู่ได้นานถึง25ปี จัดเป็นสัตว์ที่เหมาะกับภูมิ อากาศ บ้านเราเป็นอย่างมาก อีกัวน่าเมื่อโตขึ้นเพศผู้จะมีขนาด ประมาณ180ซม.รวม หาง เพศเมียประมาณ120-150ซม. สีมีหลากหลายอาจมีสีฟ้าไปจน ถึงแดงส้มแล้วแต่ พื้นที่ของประเทศที่มา

ลักษณะทั่วไป
     
เป็นกิ้งก่าขนาดใหญ่ สีเขียว หัวโตมีหนามแหลมคล้ายหวีอยู่แนวกลางของลำตัว ซึ่งหนามนี้จะเห็นได้ชัดที่สุด ตั้งแต่ตรงคอไปถึงหาง บริเวณลำคอมีปุ่มกลมขนาดใหญ่ ใต้คอมีเหนียงขรุขระขนาดใหญ่ ตัวผู้ตัวโต มีหัวโตและมีแผงหนามชัดเจนกว่าตัวเมีย 


ถิ่นอาศัย, อาหาร
     มีถิ่นอาศัยอยู่ในอเมริกากลางและอเมริกาใต้
     กรีนอีกัวน่ากินแมลง พืชผักเป็นอาหาร 


พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ชอบอยู่ในป่าร้อนชื้น ชอบไต่ไปตามกิ่งไม้หรือขอนไม้ บางครั้งไต่ได้อย่างรวดเร็วไปตามพุ่มไม้และอาจลงน้ำได้เป็นบางครั้ง เมื่อยังเล็กจะกินเฉพาะแมลง แต่พอโตเต็มวัยแล้วจะกินพืชเป็นหลัก
     กรีนอีกัวน่าวางไข่ครั้งละ 20-40 ฟอง ต่อ ครั้ง ระยะฟักไข่นาน 10-15 สัปดาห์
การสืบพันธุ์ของกรีนอีกัวน่า
 
การเพาะพันธุ์        

ในการเพาะพันธุ์อีกัวน่าในที่เลี้ยงนั้น ได้มีการเพาะพันธุ์ใน เมือง ไทยพอสมควรแต่ที่ผู้แต่งได้เห็นมาส่วนใหญ่จะขาดการจัดการที่ดีสำหรับ การเพาะ พันธุ์บางแห่งเป็นเพียงการจัดให้อีกัวน่าอยู่กันเป็นฝูงและให้ผสม พันธุ์กัน เองตามธรรมชาติ ซึ่งไม่ควรนักในการเพาะสัตว์เพื่อเป็นสัตว์ เลี้ยง การฟักไข่ ก็เหมือนกันจะปล่อยให้ฟักเองตามธรรมชาติหรือไม่ก็ไม่มีการ จัดการด้านใข่ที่ เสียหรือไม่มีเชื้อ ถ้ามีการจัดการด้านการเพาะพันธุ์ที่ดี จะให้ลูกอีกัวน่า ที่แข็งแรงและมีสีสรรที่สวยงามเมื่อโตขึ้น การผสมพันธุ์ ตามฤดูการจะอยู่ใน ช่วงพ.ย.ถึงม.ค. จะใช้เวลาประมาณ60วันในการตั้งท้อง จาก นั้นเพศเมียจะขุดรู ไข่ ใช้เวลาฟักประมาณ70-90วันแล้วแต่อุณหภูมิและความ ชื้นถ้ามีมากพอดีจะทำ ให้ไข่ฟักเร็ว ในเรื่องที่จะกล่าวต่อไปคือเรื่องของ การจัดการเพื่อการผสม พันธุ์อีกัวน่าอย่างมีประสิทธิภาพที่ผู้แต่งเคยได้ไป พบเจอที่ต่างประเทศมา และนำมาประยุกต์ใช้กับประเทศไทยแล้ว การเพาะพันธุ์อี กัวน่าที่ประเทศไทยง่าย และต้นทุนต่ำกว่าที่อเมริกามากเพราะอากาศแทบจะ เหมือนกับที่ทวีปอเมริกา กลาง ลดต้นทุนด้านการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นลง ไปมาก
  
หลักการในการจัดการที่เลี้ยงและฟักไข่อีกัวน่า


   1.ที่เลี้ยงพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์จะต้องมีขนาดที่กว้างพอสำหรับการอยู่ ของ สัตว์ ขอเสนอว่าควรมีการจัดให้อีกัวน่าอยู่หนึ่งตัวต่อที่เลี้ยง เพื่อ ความ สะดวกในการจัดการสัตว์เป็นส่วนตัวและป้องกันโรคติดต่อ ควรมีกรงสำหรับ การผสม พันธ์โดยเฉพาะแยกเป็นพิเศษ การอยู่รวมกันมากๆ อีกัวน่าจะข่วนกันจน เป็นแผลและอาจทำร้ายกันได้
   2.ควรมีการจัดตารางการผสมพันธุ์ของสัตว์ เพื่อเป็นการระบุได้ว่าสัตว์ ที่ นำมาผสมนั้นเกิดจากการคำนวณของผู้เลี้ยงแล้วไม่ได้เกิดจากการมั่ว เอา เอง เพราะถ้ามีการจัดการเรื่องสายพันธ์ที่ดีแล้วลูกสัตว์ที่เกิดมาจะ มี สี ลวดลาย ความแข็งแรงตามที่ผู้เลี้ยงต้องการ
   3.ในการปล่อยสัตว์เข้าผสมสามารถปล่อยได้โดยมีอัตราส่วนดังนี้ เพศผู้ ต่อ เพศเมียเป็น 1-3หรือ1-5ถ้าตัวผู้ตัวใหญ่มาก ไม่ควรให้มีสัตว์หนาแน่นไป ในที่ ผสมเพราะอาจเกิดการทำร้ายกันของสัตว์เพศผู้ได้
   4.ในการผสมพันธุ์อาหารไม่ควรให้มากนักแต่ต้องไม่ขาด เพราะในระหว่างผสมพันธุ์สัตว์จะไม่อยากอาหาร
   5.ไม่ควรให้มีสิ่งรบกวนสัตว์ในระหว่างการผสมพันธุ์ ทั้งเรื่องมนุษย์และเสียงดังพยายามปล่อยให้สัตว์ได้เป็นส่วนตัวที่สุด
   6.ข้อสำคัญควรจำคือ ไม่ควรเอาสัตว์ที่เป็นพี่น้องกันหรือสายพันธุ์ ใกล้ ชิดกันมาก มาผสมพันธุ์กันเพราะจะทำให้ลูกสัตว์ที่ได้มีอัตราการรอดต่ำ และ พิการได้ง่าย
   7.เมื่อสัตว์ผสมพันธุ์เสร็จแล้วให้นำแม่พันธุ์แยกออกมา และจัดอาหาร ให้ สมบูรณ์ที่สุดเพราะต้องเก็บไว้ใช้ในการสร้างใข่และเป็นพลังงานสำรองใน การออก ใข่
   8.เมื่ออีกัวน่าใกล้จะไข่นั้นอีกัวน่าเพศเมียจะมีอาการกระสับกระส่าย ไม่ ยอมกินอาหารท้องจะโป่งนูนเห็นเป็นฟองไข่ชัดเจน ควรจัดให้มีบ่อดินเพื่อ ให้ แม่อีกัวน่าขุดรูไข่ตามธรรมชาติ ไข่ที่ออกมาจะประมาณ25-70ฟอง
    9.นำไข่ไปฟักโดยเตรียมที่ฟักไข่ให้มีอุณหภูมิประมาณ29-33 องศา เซลเซียส ความชื้น70-90เปอร์เซนต์ ปิดฝาและไข่ของอีกัวน่าไม่ต้องการ การกลับ ไข่จึงไม่ต้องไปยุ่งกับขามากนัก จะทำก็เพียงเอาใข่ที่เสียออก การ กลบไข่ขอ ให้กลบด้วยดินที่สะอาดและกลบประมาณ70%ของไข่ก็พอ ควรจัดที่ฟักตาม รูปแต่ไม่ ต้องใส่หลอดไฟถ้าอุณหภูมิถึงแล้ว
       ลูกอีกัวน่าที่เกิดใหม่จะยังมีสายรกไม่ควรไปดึงออก ปล่อยให้หลุด เอง โดยธรรมชาติสิ่งที่ผู้เลี้ยงควรทำคือจัดที่อยู่ที่สะอาดและให้อยู่หนึ่ง ตัว ต่อที่เลี้ยง ไม่ควรให้ลูกสีตว์อยู่ด้วยกันมากๆเพราะจะทับกันและอาจทำ ให้ เกิดโรคติดต่อได้ ในที่เลี้ยงควรจัดอย่างเรียบง่ายที่สุดสะอาดที่ สุด เพราะ ลูกอีกัวน่าในช่วงเวลานี้จะอ่อนแอมากไม่ควรจับต้องบ่อยนัก




อีกัวน่า เป็นสัตว์ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น (Alien species) ที่ถูกนำเข้ามาในประเทศไทยเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดแปลกใหม่ภายในระยะเวลา 5-10 ปีที่ผ่านมาโดยเป็นที่นิยมกันมาก ต่อมาราว 3-4 ปีที่ผ่านมามีข่าวการแพร่เชื่อ Salmonella สู่คนในต่างประเทศ ยังผลให้กระแสความนิยมสัตว์ชนิดนี้ลดลงไปอย่างมาก ทั้งยังสร้างความตระหนักแก่ผู้ที่ครอบครองอิกัวน่าอยู่ ผลคือการปล่อยอิกัวน่าเข้าสู่ธรรมชาติ นับเป็นอันตราย คุกคามต่อสภาวะความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศอย่างยิ่ง กล่าวคืออิกัวน่าอาจนำโรคมาแพร่สู่สัตว์ชนิดอื่น ๆ ในประเทศ รวมถึงการแก่งแย่งอาหารและพื้นที่อาศัย แพร่พันธุ์ของชนิดพันธุ์ประจำถิ่น (Endemic species) ใช้ลดน้อยถอยลง จนในที่สุดกิ้งก่าชนิดต่าง ๆ ของประเทศไทยอาจสูญพันธุ์ไปจนหมดไปจนหมดได้ สัตวแพทย์เป็นผู้หนึ่งที่จะถ่ายทอดความรู้และสร้างจิตสำนึกแก่ผู้เลี้ยงอิกัวน่า และสัตว์นำเข้า อันเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นให้มีความรับผิดชอบต่อผลกระทบของสัตว์เหล่านั้นต่อระบบนิเวศของประเทศอีกด้วย

 

 
 
ชีววิทยาของอิกัวน่า
         อิกัวน่าชนิดที่นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงมากที่สุดคือ อิกัวน่าธรรมดา หรืออีกัวน่าเขียว (Iguana หรือ Common lguana หรือGreen lguana) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า lguana iguana จัดเป็นสัตว์เลื้อยคลาน (Reptile) ในตะรกูลกิ้งก่า (Lizard) ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมคือ ทวีปอเมริกากลาง อาศัยตามป่าชื้นบนต้นไม่สูง หากินพืชเป็นอาหารหลัก เช่น ยอดไม้อ่อน ดอกไม้ ใบอ่อน ฯลฯ
         ขนาดตัว            48-60 นิ้ว          น้ำหนักเฉลี่ย      1,000-1,500 กรัม
         ระยะเวลาฟักไข่  73-93 วัน          อุณหภูมิฟักไข่    27-35 องศาเซลเซียส
         อายุยืนสูงสุด      29 ปี                 อายุยืนเฉลี่ย       12 ปี
         อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเลี้ยง 80-85 องศาฟาร์เรนไฮท์
 
การแยกเพศจากลักษณะภายนอกของอิกัวน่า
 
สิ่งที่ปรากฏ
เพศผู้
เพศเมีย
ขนาดตัว
ใหญ่
เล็ก
สี
เข้มชัด
จางกว่า
หนามหลังคอ
ใหญ่, ยาว
บาง, สั้น
เหนียงใต้คอ
ใหญ่, กว้าง
เล็ก, แคบ
เกล็ดข้างแก้ม
กลมใหญ่
กลมเล็ก
Hemipenes
มี
ไม่มี
Femoral pores
มีขนาดใหญ่เห็นชัด
มีแต่เล็ก
 
โรคสำคัญที่พบบ่อยและการรักษา
       * Metabolic Bone Disease
         Metabolic Bone Disease (MBD) หรือโรคทางเมโตโบลิซึมของกระดูก หรือ Nutritional Osteodystrophy หรือ Nutritional Secondary Hyperparathyroidism หรือ Rubber Jaw หรือ Ricket พบได้บ่อยในอิกัวน่า
 
       สาเหตุ :
1.      สัตว์ได้รับอาหารที่ขาดหรือมี Calcium ต่ำ
2.      สัตว์ขาด Vitamin D3
3.      สัตว์ได้รับอาหารที่มี Phosphorous สูงมากจนขาดสมดุล Calcium
4.      ไม่ได้รับแสง Ultraviolet b (UV b)
5.      เป็นโรคไต
 
อาการ :
1.      ไม่มีแรง เคลื่อนไหวช้าจนถึงไม่เคลื่อนไหว
2.      ไม่กินอาหาร
3.      กล้ามเนื้ออ่อนแรง
4.      อัมพาตของขาหลัง
5.      สั่นหรือกระตุกตามปลายนิ้ว
6.      กระดูกหักง่าย
7.      โคนขาทั้ง 4 ตลอดจนฝ่าตีนมีการบวมโตออกดูเป็นปล้อง
 
การตรวจวินิจฉัย :
1.      ชักประวัติการเลี้ยงดู โภชนาการ การได้รับแสงแดด และอุณหภูมิ
2.      ลักษณะที่ปรากฏบนร่างกาย เช่น การบวมของบริเวณ Femur และ Humerus
3.      ภาพการโค้งงอและบางลงของกระดูกเมื่อตรวจทางรังสีวินิจฉัย
4.      กระดูกกรามล่างจะบวมแต่นิ่มเมื่อบีบ
 
การรักษา :
1.      Calcium glubionate ขนาด 23 มก./กก. ให้กินทุก 12 ชม.
2.      10 % Calcium gluconate ขนาด 100 มก./กก. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อทุก 12 ชม.
3.      Vitamin D3 ขนาด  1000 หน่วย/กก. ฉีดเข้ากล้ามเนื้ออาทิตย์ละครั้ง
4.      Vitamin B-Complex ขนาด 0.25-0.05 มล./กก. ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง
5.      ให้ได้รับแสงแดดโดยตรงมากขึ้นและเลี้ยงในที่อุณหภูมิสูงขึ้น
คำแนะนำ :
1.      เสริม Calcium และ  Vitamin D ในอาหารให้เพียงพอ
2.      ให้สัตว์ได้รับแสงแดดที่มิได้ผ่านการกรอง (ผ่านกระจก) จึงจะมี UV b เพียงพอ และมีอุณหภูมิที่สูงพอเหมาะ (ถ้าต่ำกว่า80 F จะดูดซึม Calcium ไปใช้ไม่ได้)
3.      โภชนาการที่ถูกต้องสำหรับอิกัวน่า คือ พืช โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักใบเขียว ยอดไม้ ฯลฯ มิใช่เนื้อสัตว์ หรืออาหารสุนัขสำเร็จรูป
 
* Pneumonia
การเกิดปอดบวมในอิกัวน่ามักร่วมกับเหตุโน้มนำอื่น ๆ ซึ่งโดยมากจะเป็นการแทรกซ้อนของเชื้อแบคทีเรีย แต่ก็อาจเกิดจากจุลชีพอื่น ๆ เช่น เชื้อไวรัสหรือเชื้อรา เนื่องจากอิกัวน่าไม่มีกระบังลมดังนั้นจึงไม่สามารถไอเพื่อขับสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อที่บุกรุกเข้าไปให้ออกจากหลอดลม และช่องจมูก ฉะนั้นการติดเชื้อของทางเดินหายใจจะลุกลามลงปอดจึงมีโอกาสเสมอ
 
สาเหตุ :
เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของ Pneumonia และพบบ่อย ได้แก่ Aeromonas hydrophila, Klebsiella sp., Pasteurella sp., Pseudomonas aeruginosa etc. โดยมีสาเหตุโน้มนำ เช่น ภาวะทุโภชนาการ และการขาดวิตามิน ฯลฯ
 
อาการ :
1.      ไม่กินอาหาร นอนนิ่งอยู่กับที่ไม่ตอบสนอง
2.      จามเสียงหายใจแรงมี mucopurulent exudates ออกทางจมูก
3.      บางครั้งหายใจเป็นฟองออกมาทางจมูก
4.      หายใจลำบาก อ้าปากหายใจ อาจมีของเหลวไหลจากตา
 
การตรวจวินิจฉัย :
1.      จากลักษณะอาการที่ปรากฏทางคลินิก
2.      ฟังเสียงปอดที่ทึบกว่าเดิม
3.      ถ่ายภาพรังสีเพื่อตรวจวินิจฉัย
 
การรักษา :
1.      Amikacin ขนาด 2.5 มก./กก. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือใต้หนังทุก 72 ชม., 5-7 ครั้ง
2.      Trimetroprim-Sulfadiazine ขนาด 30 มก./กก. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือใต้ผิวหนังทุก 24 ชม., 10-14 ครั้ง
3.      Furosemide ขนาด 5 มก./กก. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
4.      ให้ Fluid Therapy ขนาด 15-25 มก./กก. ฉีดเข้า Coelomic cavity
5.      ป้อนอาหารโดยสอดสายยางเข้ากระเพาะ
6.      ให้ Oxygen Therapy
7.      ให้อยู่ในที่อบอุ่นที่อุณหภูมิ 28-30 องศาเซลเซียสเพื่อกระตุ้นภูมิต้านทาน
 
 
* Rectal & Hemipenis Prolapse
ช่องเปิดร่วมระหว่างระบบขับถ่าย (อุจจาระ และปัสสาวะ) กับระบบสืบพันธุ์ของอิกัวน่าคือ Cloaca ส่วนอวัยวะเพศของอิกัวน่าเพศผู้มีลักษณะพิเศษ คือ แยกเป็น 2 กิ่งคล้ายตัว ซึ่งผิดกว่าของสัตว์ชนิดอื่นที่เป็นลำเดียว อวัยวะเพศผู้ของอิกัวน่าเรียกว่าHemipenis ทั้ง 2 ส่วนนี้ สามารถทะลักออกมาจากตำแหน่งปกติได้ และพบบ่อยครั้ง
 
สาเหตุ :
- Rectal Prolapse มักเกิดจากการติดเชื้อเรื้อรังในระบบทางเดินอาหารส่วนปลาย เช่น เชื่อแบคทีเรีย และปรสิต ตลอดจนการเบ่งอย่างแรงขณะวางไข่ ไข่ค้างไม่ออก หรือท้องผูกรุนแรง
- Hemipenis Prolapse อาจมีสาเหตุใกล้เคียงกับ Rectal Prolapse ในแง่การติดเชื้อแบคทีเรีย ปรสิต รวมถึงเชื้อรา นอกจากนี้ยังมีสาเหตุสำคัญอีก คือ การกระทบกระเทือนขณะผสมพันธุ์ เช่น ถูกดึงหรือกระชากหลุดจากตัวเมียอย่างรุนแรง รวมถึงกรณีระบบประสาทที่หล่อเลี้ยงส่วนกล้ามเนื้อของ Penis และ Cloaca เสียไป จึงควบคุมให้อยู่กับที่ไม่สำเร็จ
 
อาการ :
1.      พบลักษณะส่วนของลำไส้ใหญ่ตอนปลาย และหรือกระเพาะปัสสาวะออกมากระจุกตัวอยู่บริเวณด้านนอกของ Cloacaซึ่งมักจะเกิดการอักเสบแดงหรือมีเลือดคั่งมากในระยะแรก หากทิ้งไว้นานจะพบว่าส่วนเหล่านั้นมีสีคล้ำเป็นเนื้อตาย
2.      อาจพบลักษณะส่วนของ Hemipenis เป็นแท่งเนื้อแยกออกเป็นง่าม 2 ทาง คล้ายตัว ออกมาบริเวณ Cloaca ซึ่งจะมีการอักเสบ ติดเชื้อ และเนื้อตาย
 
การตรวจวินิจฉัย :
1.      จากอาการและลักษณะที่ปรากฏ
 
การรักษา :
1.      ทำความสะอาดส่วนที่ทะลักออกมาด้วยน้ำสะอาด และน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเพื่อขจัดเศษสิ่งแปลกปลอมและเนื้อตายออกไป
2.      ลดอาการบวมด้วยการแช่ส่วนทะลักใน 50% Dextrose หรือน้ำเชื่อม
3.      หล่อลื่นส่วนทะลักด้วยน้ำยาหล่อลื่น เช่น K-Y Jelly หรือ liquid paraffin
4.      ระงับความเจ็บปวด โดยชโลมด้วย Lidocaine Gel
5.      ดันส่วนทะลักกลับเข้าที่อย่างช้า ๆ
6.      เย็บตรึงรูเปิดของ Cloaca ด้วย Purse String  Suture
7.      กำจัดสาเหตุการติดเชื้อต่าง ๆ ลง
8.      ถ้าส่วนทะลักเน่าเสียเกินกว่าจะเก็บรักษาไว้ได้ควรตัดออกทิ้งไปโดยใช้ Electrosurgery (Radiosurgery) ซึ่งสามารถห้ามเลือดได้ในตัว
 
คำแนะนำ :
1.      ป้องกันอย่าให้สัตว์ท้องผูกหรือขาดน้ำ
2.      เมื่อเริ่มสังเกตเห็นลักษณะของ Cloaca ที่บวมขึ้นกว่าเดิมให้รีบตรวจรักษาเสียแต่ต้นมือ

 

3.      ห้ามแยกสัตว์ที่กำลังจะผสมพันธุ์ด้วยวิธีดึงออกจากกัน ควรปล่อยให้ค่อย ๆ แยกจากกันเองตามธรรมชาติ ฯลฯ
 
 
 
สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
ไชยยา โคตรภูเขียว
ไชยยา โคตรภูเขียว
110.78.155.x
29 ธ.ค. 2556 23:53 น.
หัวข้อ :มันโตสุดแค่ไหน
แดงกับเขียว อันไหนตัวใหญ่กว่ากัน
ธ.ไทยพาณิชย์ สาขารัชโยธิน ออมทรัพย์
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข

สินค้าไฮโซ

2,500.00 บาท
1,500.00 บาท
  • สั่งซื้อ
20,000.00 บาท
15,000.00 บาท
  • สั่งซื้อ
3,500.00 บาท
2,500.00 บาท
  • สั่งซื้อ
3,500.00 บาท
1,500.00 บาท
  • สั่งซื้อ
1,500.00 บาท
  • สั่งซื้อ
3,500.00 บาท
  • สั่งซื้อ

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

0825225556
facebook
Go to Top